Sunday, June 16, 2024

จุดเริ่มต้นความเท่าเทียมแห่งเพศในยูเอสโอเพน

- Advertisement -spot_img
- Advertisement -spot_img

ปฏิเสธไม่ได้ว่าในอดีตที่ผ่านมานักกีฬาชายและหญิงมีความไม่เท่าเทียมกันเสมอในแง่ของรายได้ที่ได้รับจากการเป็นผู้ชนะ ซึ่งในวงการเทนนิสก็เช่นเดียวกัน แต่ทว่าในปี 1973 ทาง USTA ผู้จัดการแข่งขันรายการแกรนด์สแลมระดับโลกอย่างยูเอส โอเพนได้ตัดสินใจทำอะไรสักอย่างด้วยวิสัยทัศน์ที่มองไปข้างหน้าของผู้บริหาร และสิ่งนี้ได้กลายมาเป็นบรรทัดฐานของการแข่งขันรายการต่างๆ ในเวลาต่อมา

จริงอยู่ที่ยูเอส โอเพนจะเริ่มจัดการแข่งขันในปี 1881 แต่ความนิยมที่ได้กลายมาเป็นความบันเทิงแห่งการแข่งขันกีฬาและเกียรติยศของผู้ชนะนั้นเริ่มเป็นจริงจังขึ้นในช่วงทศวรรษที่ 1960 เมื่อโลกของเราแคบลงเรื่อยๆ และผู้คนสามารถเข้าถึงเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั่วโลกได้ และในทศวรรษที่ 1970 ได้เกิดสิ่งที่ไม่คาดฝันขึ้น เมื่อผู้จัดการแข่งขันยูเอส โอเพนได้ตัดสินใจมอบเงินรางวัลให้กับผู้ชนะเลิศทั้งประเภทชายและหญิงด้วยตัวเลขที่เท่ากัน นั่นคือ 25,000 เหรียญสหรัฐฯ

Billie Jean King in action at the West Side Tennis Club in Forest Hills (US Open), 1970

ตามปกติแล้ว การแข่งขันประเภทชายเดี่ยวจะมีความนิยมและได้รับความสนใจจากคนทั่วโลก ดังนั้นการตอบแทนในฐานะผู้ชนะจึงมีมากกว่า และในปี 1972 เมื่ออิลลี่ นาสตาสเป็นผู้ชนะเลิศประเภทชายเดี่ยวและคว้าเงินรางวัล 25,000 เหรียญสหรัฐฯ ไปครอง บิลลี่ จีน คิง แชมป์ประเภทหญิงเดี่ยวในปีเดียวกัน และได้เงินรางวัลเพียง 10,000 เหรียญสหรัฐฯ เริ่มรู้สึกไม่พอใจกับความไม่เท่าเทียมกัน

ภายใต้บริบทในยุคนั้น สังคมอเมริกันเริ่มมีการเรียกร้องในเรื่องความเท่าเทียมกันทางเพศ และแน่นอนว่าสิ่งนี้ส่งผลต่อเนื่องมายังโลกแห่งกีฬาด้วย และจากความที่ไม่เท่าเทียมกันในเงินรางวัล ทำให้คิงมีความคิดที่จะคว่ำบาตรและไม่เข้าร่วมการแข่งขันในปี 1973 หากผู้จัดยังมอบเงินรางวัลไม่เท่าเทียมกัน

ดังนั้น บิลล์ ทัลเบิร์ตผู้อำนวยการการแข่งขันยูเอส โอเพได้ตระหนักถึงความสำคัญของสนามแข่งขันที่มีระดับสำหรับอนาคตของทัวร์นาเมนท์นี้เช่นเดียวกับความสำคัญของคิงและการแข่งขันของผู้หญิงที่มีส่วนต่อความสำเร็จระยะยาวของทัวร์นาเมนต์ และด้วยเหตุนั้น ยูเอส โอเพนในปี 1973 จึงปรับวิธีการมอบรางวัลใหม่โดยผู้เข้าแข่งขันชายและหญิงต่างแข่งขันกันเพื่อชิงเงินรางวัลรวม 100,000 เหรียญสหรัฐฯ รวมถึงการจ่ายเงิน 25,000 เหรียญสหรัฐฯ ให้กับทั้งแชมป์ชายเดี่ยวและหญิงเดี่ยว

การให้ความเท่าเทียมกันทางการเงินของผู้หญิงกับผู้ชายในช่วงแรกของ Open Era ทำให้ยูเอส โอเพนแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความเชื่อที่ว่าผู้เล่นผู้หญิงเป็นส่วนสำคัญของการแข่งขันเช่นเดียวกับผู้ชาย ซึ่งในเวลานั้น คำพูดนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเลย ถึงขนาดในปัจจุบันมีการผลิตภาพยนตร์เพื่อพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมานั่นคือ Battle of the Sexes ที่นำแสดงโดย Emma Stone และออกฉายในปี 2017

แน่นอนว่านี่คือ จุดเริ่มต้นเล็กๆ แต่สามารถสร้างแรงกระเพื่อมให้กับความเท่าเทียมกันของวงการกีฬาอาชีพ และแน่นอนว่าต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่งเลยทีเดียวที่ผู้จัดการแข่งขันแกรนด์สแลมรายการอื่นๆ จะตั้งเงินรางวัลของแชมป์ชายและหญิงเดี่ยวที่มีตัวเลขเท่ากัน เพื่อแสดงถึงความเคารพในสิทธิของเพศทั้งสอง

- Advertisement -spot_img

Latest article