งานหนักของปอสเตโคกลู ‘จบท็อปโฟร์ก็น่าจะพอใจแล้ว’

- Advertisement -spot_img
- Advertisement -spot_img

การเข้ามาของแองเก้ ปอสเตโคกลู กุนซือใหม่ถอดด้ามของทีมท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ต ย่อมมาพร้อมกับความคาดหวังในด้านความสำเร็จของแฟนๆ หลังจากที่ทีมตราไก่เปลี่ยนกุนซือเป็นว่าเล่นพร้อมกับผลงานในการแข่งขันพรีเมียร์ลีกที่ไม่ได้น่าประทับใจสักเท่าไร อย่างไรก็ตาม สำหรับในมุมของนักวิเคราะห์แล้ว ส่วนใหญ่มักจะบอกว่า ‘จบแค่ท็อปโฟร์ของซีซั่น 2023/2024 ก็น่าพอใจแล้ว’

แน่นอนว่าเมื่อเปรียบเทียบกับชื่ออย่างโจเซ่ มูรินโญ่ หรืออันโตนิโอ คอนเต้ ที่เป็นกุนซื้อที่คุมสเปอร์ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ชื่อของปอสเตโคกลูถือว่าค่อนข้างโนเนมอย่างมากสำหรับแฟนๆ เพราะทีมใหญ่ในชีวิตที่เขาคุมบังเหียนอยู่คือ กลาสโกว์ เซลติกของสก็อตแลนด์ ซึ่งกุนซือชาวออสเตรเลียทำผลงานได้ดีอย่างน่าประทับใจจนถูกดึงตัวเข้ามาแทนที่ไรอัน เมสันที่เป็นโค้ชชั่วคราวหลังจากที่คอนเต้โดนเด้งออกไป

ปอสเตโคกลู Ange Postecoglou

อัลลี่ แม็คคอยส์ อดีตนักฟุตบอลทีมชาติสก็อตแลนด์-กลาสโกว เรนเจอร์ และในตอนนี้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านฟุตบอลของช่อง TNT Sports เชื่อว่าการเข้ามาของปอสเตโคกลูเป็นสิ่งที่ดี และน่าจะทำให้ทีมมีการปรับปรุงมากขึ้น แต่อย่าเพิ่งคาดหวังต่อผลการแข่งขัน ‘การจบในซีซั่น 2023/2024 โดยอยู่ในอันดับท็อปโฟร์ได้ ผมถือว่าเขาสอบผ่านนะ’

กับสถานการณ์ปัจจุบัน การเข้ามาของปอสเตโคกลูในช่วงนี้ถือว่าค่อนข้างน่าเป็นห่วงในหลายๆ ด้าน ทั้งในส่วนนักเตะและบอร์ดบริหาร แถมเขายังไม่ใช่ชื่อแรกที่สโมสรต้องการ แต่เป็นเพราะการเจรจากับยูเลี่ยน นาเกลส์มันน์ไม่ประสบความสำเร็จด้วยเหตุผลเรื่องค่าจ้าง และความชัดเจนและขอบเขตในการทำงานของผู้จัดการทีมกับผู้อำนวยการสโมสร ซึ่งข้อแรกนั้นติดขัดแน่นอน เพราะว่าสเปอร์ไม่ใช่ทีมเงินถุงเงินถัง แต่ที่มาแย่เอาข้อที่ 2 คือ ณ ตอนที่เจรจาเขายังไม่มีชื่อของผู้ที่จะดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสโมสรเลย เนื่องฟาบิโอ ปาราติชี ตัดสินใจลงจากตำแหน่งผู้อำนวยการฟุตบอลของสโมสร เพราะถูกทาง สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ลงโทษห้ามยุ่งเกี่ยวกับฟุตบอลทั่วโลก

สเปอร์สจึงต้องสรรหาตัวแทนที่เหมาะสมกับองค์ประกอบโดยรวมกับทีมมากที่สุด นั่นคือ แองเก้ ปอสเตโคกลู
ส่วนประการที่ 2 คือ เรื่องของนักเตะ ที่นักเตะในทีมส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุที่ผ่านจุดสูงสุดกันมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นซงฮึงมินที่ในตอนนี้ก็อายุ 29 ปีแล้ว แถมแฮร์รี่ เคน กองหน้าและรองกัปตันทีมก็ยังไม่รู้อนาคตว่าจะอยู่หรือไป หลังจากที่การเจรจากับบาเยิร์น มิวนิกยังไม่สามารถตกลงเรื่องค่าตัวได้ เรียกว่าขุมพลังของนักเตะต้องมีการปรับปรุงและผสมผสานกันใหม่เพื่อให้ได้วิธีที่ลงตัวระหว่างนักเตะรุ่นใหม่กับรุ่นเก่า

นอกจากนั้น ในปีที่แล้ว ถือเป็นปีแห่งความย่ำแย่ของทีม เพราะจบการแข่งขันในอันดับที่ 8 บนตารางพรีเมียร์ลีก อดไปเล่นฟุตบอลยุโรป และดังนั้น อีกสิ่งที่ตามมาคือความยากในการดึงนักเตะระดับบิ๊กเนมเข้ามาร่วมทีม โดยในปีนี้ ที่ทีมได้มาก็ยังถือเป็นนักเตะธรรมดาอยู่ทั้งเจมส์ แมดดิสัน, มิกกี้ ฟาน เดอ เวน, อเลโญ่ เวลิซ และเดสตินี้ อูโดกี้ง

ข้อสุดท้ายคือ การแข่งขันกับทีมระดับหัวแถว เพราะทั้งแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, อาร์เซนอล, เซลซี และลิเวอร์พูลต่างเสริมทัพกันครั้งใหญ่ ซึ่งเชื่อว่าทุกท่มจะต้องมีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม แม็คคอยส์ยังเชื่อในความสามารถของปอสเตโคกลู ที่เขาสามารถพาทีมโยโกฮามา มารินอสคว้าแชมป์เจลีกส์ ก่อนที่จะมาปลุกผีพาทีมเซลติกส์ขึ้นมาเป็นทีมแกร่งในสก็อตแลนด์ ละบนเวทียุโรป

‘มุมมองของเขาในการเลือกนักเตะถือว่ายอดเยี่ยมมาก เขาสามารถใช้นักเตะได้อย่างถูกต้องกับสิ่งที่ต้องการ และเขานำความรู้ที่ได้จากการคุมทีมในญี่ปุ่นมาปรับใช้กับทีมในยุโรปได้เป็นอย่างดี และถ้าแผนที่เขาใช้ได้ผลในญี่ปุ่นเกิดเวิร์คในสเปอร์ ผมเชื่อเลยว่าแฟนๆ น่าจะแฮปปี้’ แม็คคอยส์กล่าว

ผลงานจะเป็นอย่างไรต้องติดตามดูกันต่อไป โดยสเปอร์จะลงสนามในวันที่ 13 สิงหาคมนี้ โดยพบกับเบรนท์ฟอร์ด

- Advertisement -spot_img