Sunday, May 19, 2024

ทำไมต้องวาตารุ เอ็นโดะ ?

คำถามแรกที่เกิดขึ้นหลังจากมีข่าวว่า ลิเวอร์พูล กำลังจะเซ็นสัญญากับ วาตารุ เอ็นโดะ คือ ทำไมต้องเป็นเขา ?

นี่คือ นักเตะเอเชีย ซึ่งตามปกติแล้ว ทีมจากยุโรปมักจะมองข้าม แถมอยู่กับทีมสตุ๊ตการ์ท ที่ง่อนแง่นและผลงานไม่ค่อยจะดีเท่าไร และที่สำคัญคือ เขามีอายุ 30 ปีแล้ว ไม่ใช่พวกดาวรุ่ง

เชื่อว่าการเซ็นสัญญาครั้งนี้คงไม่ใช่เรื่องใครก็ได้อย่างแน่นอน เพราะที่ผ่านมาในช่วงสัปดาห์ที่แล้ว ลิเวอร์พูลพลาดการเซ็นกองกลางที่เล็งเอาไว้ทั้งหมด โดยเฉพาะเคสของมอยเซส ไคเซโด และโรมีโอ เลวาที่หันไปร่วมทีมเชลซีแทนพวกเขา แถมชื่อของ เอ็นโดะ ก็ไม่เคยปรากฏอยู่ในสารบบหรือข่าวการโยกย้ายทีมที่เกี่ยวข้องกับหงส์แดงเลย แถมซ้ำร้ายคือ การมองโลกในแง่ลบที่ว่า หงส์แดงไม่มีศักยภาพพอที่จะดึงนักเตะชื่อดังเข้ามาร่วมทีมแล้ว เลยต้องคว้าใครก็ได้ที่คิดว่าน่าจะพอกล้อมแกล้มเข้ามาร่วมทีมแทน

อย่างไรก็ตาม ทางสื่อฝั่งอังกฤษอย่าง Sky Sport เชื่อว่าดีลนี้อยู่บนพื้นฐานของความเป็นไปได้ และมีความเหมาะสมกับลิเวอร์พูลที่ในตอนนี้ขาดแคลนกองกลางอย่างหนัก เพราะการปล่อยตัวออกไปทั้งจอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ่, นาบี้ เกอิต้า, อเล็กซ์ ออกเลด แชมเบอร์เลน และก็รวมถึงเจมส์ มิลเนอร์

จริงอยู่ที่ชื่อของเอ็นโดะจะไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง แต่ว่ากันว่านี่คือ ตัวเลขที่คุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไปราวๆ 16 ล้านปอนด์อย่างแน่นอน เขาคือนักเตะเบอร์ 6 ที่สามารถขยับไปเล่นในตำแหน่งเบอร์ 4 ก็ได้ เขาเป็นผู้เล่นที่ไว้ใจได้ และเป็นผู้เชี่ยวชาญในตำแหน่งกองกลางในการควบคุมบอลที่สามารถมีส่วนร่วมในทั้งเกมรับและเกมรุก

วาตารุ เอ็นโดะ

และเมื่อคุณมีโอกาสได้นั่งคุยกับมาริโอ โกเมซ อดีตศูนย์หน้าทีมชาติเยอรมัน และเคยเป็นเพื่อนร่วมทีมของเอ็นโดะ คำตอบคือ ‘ผมโคตรรักเขาเลย’ พร้อมกับส่งสายตาที่เป็นประกาย เพราะเขาหมายความถึงอย่างนั้นจริงๆ เอ็นโดะเป็นผู้เล่นที่แข็งแกร่ง และมีส่วนช่วยทั้งเกมรุกและรับ เป็นนักเตะที่ไม่เคยหมดไฟ หรือหมดพลังในการช่วยเหลือทีม

ในปี 2020 ซึ่งเป็นซีซั่นสุดท้ายของโกเมซ และเอ็นโดะเพิ่งเป็นหน้าใหม่ในทีมเพราะเพิ่งย้ายจากแซงต์ทรุยดองส์ในเบลเยี่ยมด้วยสัญญายืมตัว แถมโค้ชยังไม่ค่อยเปิดโอกาสให้เขาสักเท่าไร สิ่งที่โกเมซทำได้คือ นั่งข้างๆ เขาในห้องแต่งตัว และพูดปลอบใจว่า ‘ให้ใจเย็น ทำสิ่งที่เขากำลังทำต่อไป เพราะเขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการฝึกซ้อม” และในเวลาต่อมา สิ่งที่เขาทำอย่างต่อเรื่องได้แสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมแล้ว

วาตารุ เอ็นโดะ

‘ตอนที่จะต้องเล่นเกมแบบ 4 ต่อ 4 ผมบอกโค้ชเสมอว่าให้จับผมไปอยู่ทีมเดียวกับวาตารุ เพราะถ้ามีเขาอยู่ในทีม ผมมั่นใจเลยว่าจะไม่แพ้’ โกเมซกล่าว ‘และในที่สุดโค้ชก็เลือกใช้เขาลงสนาม ซึ่งความอดทนของวาตารุได้แสดงให้เห็นถึงสิ่งที่เขาควรจะได้รับ และเขาก็ทำได้ดีในฐานะผู้เล่น เขามหัศจรรย์มาก โค้ชเลือกเขาลงสนามไม่ใช่เพราะคำบอกเล่าของผม แต่มาจากสิ่งที่เขาทำต่างหากละ’

โกเมซบอกว่าเอนโดะถือเป็น “ตัวอย่างที่ดีว่ากีฬาประเภททีมควรเป็นอย่างไร” เพราะทัศนคติของเขา และเขาเป็นคนที่ “ยอมทุกอย่างเพื่อทีมเสมอ” โกเมซเปรียบเทียบกับสถานการณ์ของเขาในการเลี้ยงลูกเล็กๆ 3 คนระหว่างเขากับเอ็นโดะ “ผมมีสามคน ก็เล่นเอาแทบตายแล้ว แต่เขาไม่เคยเครียดกับเรื่องแบบนี้เลย”

วาตารุ เอ็นโดะ

นั่นคือความเห็น แต่ถ้าว่ากันตามสถิติแล้ว เอ็นโดะก็ไม่เคยเป็นรองใคร
เขาคือกองกลางตัวรับที่มีความสามารถในการแย่งบอลที่ไม่เป็นรองใคร โดยสถิติของเขาในการดวลแบบตัวต่อตัวแล้วชนะในการแข่งขันบุนเดสลีกาปีที่แล้วในส่วนนี้คือ อยู่อันดับที่ 6 ด้วยตัวเลข 227 ครั้ง และเมื่อเปรียบเทียบกับ 3 ฤดูกาลที่ผ่านมา เขาเป็น 1 ใน 3 ผู้เล่นที่มีสถิติการแท็คเกิลเกิน 200 ครั้ง และแย่งบอลกลับคืนมาได้ถึง 400 ครั้ง

ขณะที่ในเกมรุก เอ็นโดะยิงได้ 3 ประตูจากนอกกรอบเขตโทษ ถือว่าอยู่ในอันดับที่ 4 สร้างโอกาสในการทำประตูจากการเล่นแบบโอเพนเพลย์ถึง 46 ครั้งอยู่ในอันดับ 5

นี่คือ สิ่งที่คลอปป์ต้องการมาช่วยเติมเต็มในทีมของเขากับผู้เล่นในตำแหน่งหมายเลข 6 ถ้าว่ากันตามนี้ ต้องบอกว่าสถิติไม่โกหกใคร และผลงานของเอ็นโดะถือว่าคู่ควรกับการเดินเข้าสู่ถิ่นแอนฟิลด์

Latest article